ประวัติการศึกษา
   
ชื่อสกุล
นายปรีชา    บุตรศรี
 
ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี
การศึกษา
ปริญญาตรี  คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (รุ่นที่ 22)
ปริญญาโท  บัณฑิตวิทยาลัย  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
 
ประวัติการรับราชการ
   

1 ก.ค. 2518 - 2527    

เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน สำนักงานจังหวัดสงขลา  จังหวัดยโสธร จังหวัดพะเยา  และจังหวัดเลย

17 มิ.ย. 2528

เจ้าพนักงานปกครอง 6  อำเภอภูเรือ   จังหวัดเลย

9  ต.ค. 2530

จ่าจังหวัดเลย

27  ต.ค. 2532

นายอำเภอส่องดาว   จังหวัดสกลนคร

1  ต.ค. 2534

เจ้าหน้าที่บริหารงานพัสดุ 7 กองคลัง กรมการปกครอง

12  ต.ค. 2535

นายอำเภอวัฒนานคร   จังหวัดปราจีนบุรี

8  ต.ค. 2536

นายอำเภอบางละมุง   จังหวัดชลบุรี

12 ต.ค. 2537 

ผู้อำนวยการกองคลัง กรมการปกครอง

2  ต.ค. 2539

ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานทะเบียน กรมการปกครอง ( ระดับ 9)

31 มี.ค. 2540

รองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง 9) จังหวัดนครนายก

4 ต.ค. 2542

รองผู้ว่าราชการจังหวัด ( นักปกครอง 9) จังหวัดเชียงราย

1 ต.ค. 2544

รองผู้ว่าราชการจังหวัด ( นักปกครอง 9) จังหวัดอุทัยธานี

1 ต.ค. 2545

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์

1 ต.ค. 2548-12 พ.ย. 2549

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี

13 พ.ย.. 2549 - 30 ก.ย. 50

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม

1 ต.ต. 50-1 ต.ค.51

อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน

1 ต.ต. 51-ปัจจุบัน

ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี

 
ประวัติการฝึกอบรม
   
รร . นายอำเภอ  รุ่นที่ 28   ปี พ. ศ.2528
รร. นักปกครองระดับสูง  รุ่นที่ 30  ปี พ. ศ.2536
สถาบันดำรงราชานุภาพ  ปี พ. ศ.2542
วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร  รุ่นที่ 4414  ปี พ. ศ.2544
Certificate of Attendance on Leadership, Management Government in the PublicSector จาก The Australian National University (ANU)
Certificate of Completion, Senior Executive Development Program(SEDP) จาก National Graduate Institute For Policy Studies ประเทศญี่ปุ่น
 
ประวัติการไดัรับการเชิดชูเกียรติ
   
ประกาศเกียรติคุณและโล่เกียรติยศ "นักบริหารดีเด่น" แห่งปี ประจำปี 2551 "สาขานักบริหารพัฒนาชุมชน" จากคณะกรรมการอำนวยการจัดงาน "นักบริหารดีเด่น" และนิตยสารเส้นทางไทย
รางวัลจังหวัดที่มีผลงานดีเด่นลำดับที่ 1  ของประเทศ  ในการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุในเทศกาลปี ใหม่ พ. ศ. 2547  จากสำนักนายกรัฐมนตรี
รางวัลจังหวัดที่บริหารจัดการและให้การบำบัดรักษาผู้เสพ/ ผู้ติดยาเสพติดได้ผลดียิ่ง 
รางวัลจังหวัดที่มีผลงานด้านการป้องกันกลุ่มผู้มีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดประเภทดี  จากศูนย์อำนวยการ ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดแห่งชาต ิ ( ศตส.)
รางวัลจังหวัดที่ดำเนินการโครงการ  TO BE NUMBER ONE  ประเภทชมเชย  จากทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตน์ราชกัญญา  สิริวัฒนาพรรณวดี

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา  สิริวัฒนาพรรณวดี  ได้ทรงเสด็จเยี่ยมโครงการ TO BE NUMBER ONE จังหวัดอุตรดิตถ์ ( มีสมาชิกจำนวน  200,072  คน) 
เมื่อวันที่  16  กุมภาพันธ์  ณ  มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

รางวัลสำคัญที่ได้รับใน
ปี พ. ศ. 2547
ประกาศเกียรติคุณเพื่อเชิดชูเกียรติจังหวัดอุตรดิตถ์  ที่มีผลงานดีเด่นในการรณรงค์ป้องกันและแก้ไข อุบัติเหตุทางถนนเทศกาลปีใหม่  พ. ศ. 2547
( ศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยทางถนน)
รางวัลชมเชย  ตัวแทนเขตเข้าประกวดกิจกรรม TO BE NUMBER ONE  ระดับประเทศ  ประเภทนอก สถานศึกษา  คือ  เขื่อนสิริกิติ์  ได้รับเงินรางวัล  5,000  บาท  พร้อมประกาศนียบัตร
รางวัลชมเชย  ตัวแทนเขตเข้าประกวดกิจกรรม TO BE NUMBER ONE  ระดับประเทศ  ประเภทนอก สถานศึกษา คือ โรงเรียนบ้านชำสอง  อำเภอพิชัย 
ได้รับเงินรางวัล  5,000  บาท  พร้อมประกาศนียบัตร
รางวัลชนะเลิศการดำเนินงานสุขภาพจิตและยาเสพติดดีเด่น   ระดับเขต 2   ประจำปี 2547   ประเภท สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
รับพระราชทานโล่รางวัลชนะเลิศอันดับ 1  ด้านผลการดำเนินงานสุขภาพจิตดีเด่น  ระดับประเทศ ประจำปี 2547  จากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ  เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา 
กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
รับรางวัลกิจกรรมพัฒนาองค์กรเครือข่ายชุมชนดีเด่น  ประจำปี  2547  ประกอบด้วย  รางวัลตำบล พัฒนาดีเด่น  รางวัลการพัฒนาศักยภาพชุมชนดีเด่น  รางวัลการพัฒนาวิสาหกิจ ชุมชนดีเด่น/ เศรษฐกิจ แบบพอเพียง  และรางวัลพัฒนาสภาพแวดล้อมชุมชนดีเด่น จาก  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
รับมอบเกียรติบัตรการส่งเสริมสนับสนุน และเข้าร่วมโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล
เฉลิมพระชนมพรรษา ครบ  6  รอบ 12  สิงหาคม  2547  จากกรมการศาลนา  กระทรวงวัฒนธรรม  โดย  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เฉ
รับพระราชทานโล่เครื่องหมายมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด จากพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ  วันที่  29  พฤศจิกายน  2547
รางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการบริหารจัดการที่ดี  ประจำปี 2548 จำนวน 3  แห่ง  เงินรางวัล แห่งละ  1,000,000  บาท  พร้อมโล่และเกียรติบัตร
รางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านเกณฑ์ประเมินตามมาตรฐานการบริหารจัดการ   โดยได้รับเกียรติบัตร  จำนวน  17  แห่ง
 
การปฏิบัติหน้าที่การงานและการปกิบัติหน้าที่ทางสังคมที่สมควรได้รับการยกย่องเชิดชู
   
24 ต. ค. 32 - 1 ต. ค. 34   
ดำรงตำแหน่งนายอำเภอ
ส่องดาว  จังหวัดสกลนคร

โครงการพัฒนาหมู่บ้าน อส. เพื่อการเกษตรครบวงจร โดยการพัฒนาคุณภาพชีวิต  อส. ที่ได้สู้รบกับผกค. ในอดีต ซึ่งเป็น อส. ที่ยากจนไม่มีที่ดินทำกิน  โดยการ
จัดหาที่ดินทำกินให้และ สร้างที่อยู่อาศัยให้ รวมทั้ง  การสร้างอาชีพโดยไม่ใช้งบประมาณของราชการ  ดังนี้

  • ประสานกับพระบริจาคที่ดิน  จำนวน  100 ไร่  จัดสรรแบ่งให้  อส. ทุกคน ๆ ละ 4 -5  ไร่  จำนวน  25 คน
  • สร้างสาธารณูปโภคต่าง ๆ  เช่น ก่อสร้างถนน  สร้างอ่างเก็บน้ำ นำไฟฟ้าเข้าหมู่บ้าน  จัดเป็นรูปหมู่บ้าน
  • ปลูกบ้านชั้นเดียวขนาด  6 x 6  ม. โดยนายอำเภอจัดหาวัสดุจากผู้บริจาคและให้  อส.  ร่วมกันสร้างเอง กลุ่มละ  5  คน  ได้บ้านทั้งหมด  25  หลัง 
    งบประมาณหลังละ  25,000  บาท สร้างอาชีพโดยจัดทำโครงการร่วมกับ  ธกส. กู้เงินมาเพื่อซื้อวัว  คนละ 2-3  ตัว  ปลูกผลไม้ยืนต้น  เช่น มะขามหวาน  มะม่วงพันธุ์ดีในทุกแปลง  จัดหาสัตว์เลี้ยงขนาดเล็ก  เช่น  ไก่  เป็ด 

2 ต. ค. 35 - 8 ต. ค. 36 
นายอำเภอวัฒนานคร 
จังหวัดปราจีนบุรี

แก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำของราษฎรโดยไปศึกษาดูงานระบบประปาหมู่บ้านจากจังหวัดอุตรดิตถ์  และ นำมาสนับสนุนให้ประชาชนจัดทำประปาบาดาล 
แบบกรองสนิมช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำของราษฎร ในหลายหมู่บ้านได้สำเร็จ
 
การพัฒนาเมือง    ขยายตลาดสดริมทางรถไฟ    ขยายถนนเส้นหน้าที่ว่าการอำเภอ  ขยายสวนสาธารณะ จัดหาสถานที่สร้างที่ว่าการอำเภอใหม่  โดยขอรับการบริจาคจากราษฎรได้สำเร็จ
8 ต. ค. 36 - 12 ต. ค. 37 
นายอำเภอบางละมุง 
จังหวัดชลบุรี
พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน  ตามโครงการชลบุรีมีสุข  ได้พบความทุกข์ยากของราษฎรที่ไร้ที่อยู่อาศัย ปลูกเพิงอยู่ตามหัวไร่ปลายนา    จึงได้สร้างบ้านให้ราษฎรอยู่อาศัย  
   โดยขอบริจาคที่ดินราษฎร  3    ไร่ และปลูกเรือนแถวชั้นเดียว   จำนวน 15 ห้อง    ขนาดกว้าง  4 x 5  เมตร  จัดหาแหล่งน้ำ    และไฟฟ้าให้ ซึ่งสามารถช่วยเหลือคนจนไร้ที่อยู่อาศัย ได้  15    ครอบครัว     ได้รับบริจาคมูลค่าประมาณ 2,500,000 ล้านบาท  โดยไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ
12 ต. ค. 37 - 2 ต. ค. 39 
-ริเริ่มโครงการจัดหารถยนต์  Four  wheel  Drive ให้กับอำเภอที่อยู่ห่างไกลทุรกันดาร
 
จัดหาอุปกรณ์กู้ภัยให้กับอำเภอต่าง  และท้องถิ่น  เช่น  เรือท้องแบน  รถบรรทุกน้ำ  รถดับเพลิงไว้ ช่วยเหลือภัยแล้ง  และอุทกภัย
2 ต. ค. 39 - 31 มี. ค. 40 
ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักบริหารงานทะเบียน
 
ร่งรัดเปิดให้บริการจัดทำบัตรประชาชนด้วยระบบ Computer  ในจังหวัดที่เป็นศูนย์ภาค  จำนวน  8  ศูนย์  และศูนย์บัญชาการที่สำนักบริหารนายทะเบียน  ได้เป็นผลสำเร็จ
31 มี. ค. 40 - 4 ต. ค. 42 
ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก
 
การเตรียมการก่อสร้างเขื่อนคลองท่าด่านตามพระราชดำร โดยเป็นประธานอนุกรรมการเจรจาจ่าย ค่าชดเชยเรื่องที่ดิน ตลอดจนจ่ายค่าที่ดินให้กับราษฎรทุกแปลงทุกคน โดย
ไม่มีปัญหาอุปสรรค ทำให้ งานก่อสร้างสามารถดำเนินการไปได้ด้วยดี ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเสด็จวางศิลาฤกษ์ ไปแล้ว ปัจจุบันเขื่อนคลองท่าด่านได้เปิดใช้แล้ว
 
การพัฒนาจังหวัดนครนายก ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวตัวอย่าง ได้เจรจาราษฎรเจ้าของที่ดินบริเวณน้ำตก สาลิกาเพื่อบริจาคให้เป็นสถานที่ก่อสร้างศูนย์การท่องเที่ยว  โดยราษฎรบริจาค ที่ดินให้  จำนวน  9  ไร่ รวมทั้งการเจรจากับราษฎรที่ไปยึดครองทำร้านค้าบริเวณน้ำตก    ทำให้งานพัฒนาน้ำตกเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวได้เป็นผลสำเร็จ
4 ต. ค. 42 - 4 ต. ค. 44 
ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย
 
เป็นประธานกรรมการแก้ปัญหาการเตรียมการที่ดินเพื่อก่อสร้างมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง    ซึ่งมีที่ดิน จำนวน 2,500  ไร่    มีราษฎรอาศัยอยู่ประมาณ  500  คน 
สามารถเจรจากับเจ้าของ ที่ดินและได้จ่ายเงิน ค่าชดเชยเป็นผลสำเร็จทำให้การก่อสร้างมหาวิทยาลัยสามารถดำเนินการไปได้
 
ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลแก้ไขปัญหายาเสพติด  ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญของจังหวัด เชียงราย  ได้ประสานงานกับทุกฝ่าย  ริเริ่มการฝึกอบรมหมู่บ้าน
ตามแนวชายแดนจากระบบ หมู่บ้าน  อพป. และฝึกอบรม ประมาณ  64  หมู่บ้าน ๆ  ละ  100  คน  ประมาณ  6,000  คน  ได้สำเร็จโดยมอบภารกิจใน การจัดตั้งเวรยาม
และการข่าวประสานการแก้ไขปัญหาการบำบัดผู้ติดยาเสพติด  โดยประสานศูนย์บำบัด ภาคเอกชนและสนับสนุนให้การชุมชนบำบัดมาใช้ในหมู่บ้านต่าง ๆ 
มีผู้เข้ารับการบำบัด  จำนวน 2,000  คน
1 ต. ค. 44
ดารงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี
 
เข้ารับการศึกษาที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร  รุ่น 4414
1 ต. ค. 45 - 30 ก.ย. 48 
ู้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์
 
ดำเนินการบริหารงานแบบบูรณาการเพื่อการพัฒนา (CEO)  เตรียมความพร้อมให้แก่ทุกภาคส่วนของจังหวัด โดยเชิญคณาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการให้ความรู้
ู้และเสริมทักษะ  โดยร่วมจัดทำ วิสัยทัศน์    ยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัด  และดำเนินการจัดทำวิสัยทัศน์/ ยุทธศาสตร์การพัฒนา จังหวัด  ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร
์กลุ่มจังหวัดยุทธศาสตร์ภาค   และยุทธศาสตร์ชาติ  โดยกำหนดวิสัยทัศน์ การพัฒนาจังหวัด  คือ  “ อุตรดิตถ์  เมืองมหัศจรรย์แห่งผลไม้” ประกอบด้วย  ยุทธศาสตร์หลัก  คือ
“ พัฒนากระบวนการผลิต การบริหารจัดการ การตลาด    ด้านผลไม้” และยุทธศาสตร์รอง 9 ด้าน โดยร่วม ปฏิบัติการและบริหารจัดการกับทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด 
ส่งผลให้การประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ    ประจำปีงบประมาณ พ. ศ. 2547  จาก  ก. พ. ร. และบริษัททริสเกณฑ์คะแนนอยู่
ในระดับ 4.3003 คะแนน ประเมินสูง 1 ใน 5 ของประเทศ 2 ปี ติดต่อกัน
1 ต. ค. 48 - 12 พ.ย.49 
ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทั ยธานี
 
การพัฒนาและการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี
            จังหวัดอุทัยธานีเป็นจังหวัดอุดมไปด้วยทรัพยากรการท่องเที่ยวที่หลากหลาย มีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งประเภทธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ โบราณวัตถุสถาน และศาสนา
วัฒนธรรมประเพณี ตลอดจนวิถีชีวิตที่น่าสนใจสะท้อนให้เห็นถึงอารยธรรมที่ทรงคุณค่ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การพัฒนาและการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดอุทัยธานี
ภายใต้วิสัยทัศน์การพัฒนาจังหวัด “ มรดกโลกห้วยขาแข้ง แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และเกษตรปลอดภัย” ของนายปรีชา บุตรศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี มุ่งเน้น
ให้การท่องเที่ยวช่วยก่อให้เกิดรายได้ สร้างงาน สร้างโอกาส ให้กับประชาชน และชุมชน กระตุ้นให้เกิดการนำทรัพยากรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนการสนับสนุน
การฟื้นฟู อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ในแต่ละท้องถิ่น ตลอดจนเสริมสร้างสันติภาพ สัมพันธไมตรีระหว่างคนในสังคมต่างๆ โดยมีนโยบายที่ต้องการสร้างภาพ
ลักษณ์ของจังหวัดอุทัยธานีให้เป็นเมืองสิ่งแวดล้อมที่ดี ยั่งยืน / เมืองป่าเขา ลำเนาไพร ที่มีความร่มเย็น
            การเจรจาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง พัฒนาเป็นเมืองคู่มิตรด้านการท่องเที่ยว ระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธาน
ี และผู้ว่าการมณฑลเจ๋อเจียง รวมทั้งการเผยแพร่ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด ศิลปวัฒนธรรม สินค้า OTOP ซึ่งเป็นเวทีเปิดช่องทางเจรจาด้านการท่องเที่ยว
การค้า การลงทุน จากสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้ามาท่องเที่ยว และลงทุนในจังหวัด / กลุ่มจังหวัด อันจะส่งผลดีต่อภาคเศรษฐกิจในพื้นที่ เมื่อ
วันที่ 4 – 10 กรกฎาคม 2549 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน
 
การแก้ไขปัญหาความยากจนและสังคมเชิงบูรณาการจังหวัดอุทัยธานี
         กรอบการดำเนินการแก้ไขปัญหาความยากจนของจังหวัดอุทัยธานีที่สำคัญ ประกอบด้วย
         1. การแต่งตั้งทีมตำบลในการแก้ไขปัญหา
         2. มีกลไกที่สนับสนุนการแก้ไขปัญหาความยากจน
         คงสภาพที่ดียิ่ง ๆ ขึ้น และที่สำคัญ เพื่อให้จังหวัดอุทัยธานีเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศได้รับทราบอย่างกว้างขวาง
 
ประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญที่มุ่งเน้น สำหรับดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปีงบประมาณ 2549–2550 ใน 3 ประเด็นยุทธศาสตร์ คือ
         1. เกษตรปลอดภัย โดยมุ่งเน้นสนับสนุนให้เกษตรกรของจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีสัดส่วนจำนวนประชาชนประกอบอาชีพทางการเกษตรมากที่สุด
ได้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การผลิตสินค้าทางการเกษตร ทั้งพืชและสัตว์ ให้เป็นผลผลิตที่ปลอดสารเคมี ซึ่งจะสามารถแข่งขันทางการตลาด และสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นได้
         2. การส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยมุ่งเน้นที่จะส่งเสริมศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ของจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ให้มีจุดเด่นที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศให้เข้ามาท่องเที่ยวในเขตจังหวัด อันจะเป็นการสร้างชื่อเสียง ในด้านนี้แก่จังหวัด และที่สำคัญจะเป็นการสร้างรายได ้ในสาขาอาชีพต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวให้สูงขึ้น ทั้งในส่วนของที่พัก สถานบริการ ร้านอาหาร ร้านของฝากที่ระลึกต่าง ๆ เป็นต้น
         3. การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดอุทัยธานีมุ่งเน้นที่จะดำเนินการในทุกวิถีทางที่จะคงสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่งดงามและสมบูรณ์ของจังหวัด
ให้ยืนยาวนาน และเพิ่มพูนระดับคุณภาพธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของจังหวัดให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปโดยตลอด
13 พ.ย. 49 - 30 ก.ย. 50  
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม
 
ยุทธศาสตร์อาหารปลอดภัย (Food Safety)
            - ส่งเสริมการผลิตอาหารปลอดภัยตามระบบ GAP (Good Agricntural Practice)
            - ส่งเสริมการผลิตสินค้าด้านปศุสัตว์ ตั้งแต่โรงงานผลิตอาหารสัตว์ ฟาร์ม ให้มีความปลอดภัยจากสารตกค้าง
 
ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวและโต๊ะจีน
          - กำหนดยุทธศาสตร์ให้จังหวัดนครปฐมเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองไทย ใน 3 ด้าน คือ บริการที่ดี ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และความสะดวกสบาย
          - กำหนดยุทธศาสตร์โต๊ะจีน เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจการบริโภคโต๊ะจีนจังหวัดนครปฐม ใน 4 ด้าน คือ อาหาร ราคา การบริการ และเอกลักษณ์ โดยจัดทำโครงการรองรับ
 
ยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข ปี 2550
          มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2550 ได้เห็นชอบแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขระดับจังหวัด ที่มุ่งให้ประชาชนและครอบครัวสามารถพึ่งพาตนเอง
โดยใช้กลไกชุมชนเป็นตัวขับเคลื่อน กำหนดให้มีโครงการภายใต้แผนยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข เพื่อรองรับการดำเนินงานโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ควบคู่กับหลักคุณธรรม ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการและมุ่งเน้นเสริมสร้างความเข้มแข็งในหมู่บ้านและชุมชนให้สมารถบริหารจัดการ
และพึ่งตนเองตามวิถีชุมชน
          ผลการดำเนินงาน
         1. จังหวัดนครปฐม เน้นการจัดทำแผนชุมชนที่มีคุณภาพ เป็นแผนที่เกิดจากประชาชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการคิด และจัดทำโครงการ โดยจังหวัดนครปฐมได้รับ
งบประมาณยุทธศาสตร์ อยู่ดีมีสุข ในปีงบประมาณ 2550 จำนวน 71 ล้านบาท
         2. จังหวัดนครปฐมได้สร้างรูปแบบเฉพาะในการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ดำเนินการใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
              2.1 สร้างความรู้ความเข้าใจด้วย 4 ฐานการเรียนรู้
                     ฐานที่ 1 เรียนรู้ตนเอง (เราเป็นใคร) ค้นหาสาเหตุความยากจน/ ทฤษฎีโอ่งน้ำวิธีพ้นความยากจน
                     ฐานที่ 2 เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและประโยชน์ วิธีการลดรายจ่าย/เพิ่มรายได้
                     ฐานที่ 3 เรียนรู้สถาบันการเงินและแหล่งทุน รู้แหล่งทุน/สร้างธนาคารหมู่บ้าน
                     ฐานที่ 4 เรียนรู้กระบวนการพัฒนาไปสู่ความเข้มแข็งแบบชุมชน
              2.2 สร้างศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
              2.3 การบูรณาการพัฒนา
         3. จังหวัดนครปฐมใช้ “ทีมตำบล” ซึ่งมีจำนวน 102 ทีม รวม 510 คน ช่วยเหลือสนับสนุนชุมชน/หมู่บ้านในการจัดทำโครงการ โดยมีโครงการที่โดดเด่น ดังนี้
             3.1 โครงการส่งเสริมอาชีพราษฎร (เลี้ยงปลา) 8 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 4, 5, 8, 9, 10, 17 และ 19 ที่ศูนย์การเรียนรู้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ตำบลบางหลวง
อำเภอบางเลน โดย ได้รับงบประมาณตามยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข จำนวน 459,359 บาท ซึ่งศูนย์การเรียนรู้ 9 ตำบลบางหลวง ได้มีการบูรณาการการพัฒนาทุกรูปแบบ ทั้งด้านวิชาการ
งบประมาณ และบุคลากรจากแหล่งต่างๆ ของจังหวัดเข้าไปดำเนินงาน ในปัจจุบันเป็นที่ศึกษาการจัดทำอาชีพด้านต่างๆ ให้แก่ประชาชนได้เป็นอย่างดี
            3.2 โครงการส่งเสริมสินค้าชุมชนจักสานผลิตภัณฑ์ผักตบชวา ที่บ้านคลองบางไทร หมู่ที่ 6 ตำบลไทรงาม อำเภอบางเลน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ผลิตหัตถกรรมเครื่องจักสาน
จากผักตบชวาที่มีคุณภาพ โดยจังหวัดได้สนับสนุนงบยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขให้กลุ่มเพื่อเป็นค่าจัดหาวัสดุ ในวงเงิน 100,000 บาท
- การวางรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
           กำหนดนโยบายการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นรากฐานของชีวิตประชาชนในหมู่บ้าน/เป็นระเบียบวาระสำคัญ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้อยู่ดีมีสุข อย่างยั่งยืน บนพื้นฐานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน โดยกำหนดเป้าหมายการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 510 หมู่บ้าน คิดเป็น ร้อยละ 54.84 ของจำนวนหมู่บ้าน ทั้งหมด 930 หมู่บ้าน และกำหนดแนวทางการดำเนินการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไว้ 3 ประการ ดังนี้
ประการแรก สร้างพื้นฐานความรู้เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้ตรงกัน โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 4 ฐาน ประกอบด้วย
ฐานที่ 1 “การเรียนรู้ตนเอง” เพื่อให้ชาวบ้านวิเคราะห์ตนเอง ค้นหาสาเหตุแห่งความยากจนและส่งเสริมให้จัดทำบัญชีครัวเรือน
ฐานที่ 2 “การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและประโยชน์ที่ได้รับ” เน้นการเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การเพิ่มรายได้โดยการส่งเสริมอาชีพ
ที่เหมาะสมกับพื้นที่ และมีตลาดรองรับ
ฐานที่ 3 “การเรียนรู้สถาบันการเงินและแหล่งทุน” เน้นให้ประชาชนได้เรียนรู้บทบาทหน้าที่ของสถาบันการเงิน เพื่อสามารถแปลงสินทรัพย์เป็นทุน
หรือกู้เงินไปลงทุนได้ และเน้นให้ ประชาชนรู้จักประหยัดและออม จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ฯ เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนของชุมชน
ฐานที่ 4 “การเรียนรู้กระบวนการพัฒนาไปสู่ความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ” เพื่อจุดประกายความคิดในการแก้ไข ปัญหาด้วยการจัดทำแผนชีวิตของตนเอง และร่วมจัดทำแผนชุมชน
ประการที่สอง ค้นหาต้นแบบ เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นตัวอย่าง และขยายผลไปสู่หมู่บ้านอื่นๆ ต่อไป
ประการที่สาม
บูรณาการพัฒนา พื้นที่ ภารกิจ และบุคลากร โดยบูรณาการบุคลากรทุกภาคส่วนเป็น “ทีมตำบล” ซึ่งประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการ อำเภอ
และข้าราชการที่ปฏิบัติงานในตำบล ผุ้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน ฯลฯ มีหน้าที่ขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจในหมู่บ้านเป้าหมาย โดยใช้กระบวนการ “เรียนรู้ 4 ฐาน” การดำเนินงาน
ขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของจังหวัดนครปฐม ได้สร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับประชาชน สามารถบริหารจัดการตนเองได้ โดยจัดทำบัญชีครัวเรือน ทำให้รู้จักตนเอง
และวางแผนชีวิตของตนเองได้ ตลอดจนเกิดจิตสำนึก ส่วนร่วม ในการร่วมกันกำหนดอนาคตของหมู่บ้าน โดยการร่วมกันจัดทำแผนชุมชน
        • การแก้ไขปัญหาสำคัญของจังหวัดนครปฐม ปี 2550
           - การแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อำเภอบางเลน จำนวน 15 ตำบล 180 หมู่บ้าน ได้รับความเดือดร้อน ประมาณ18,962 ครัวเรือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2547 โดยบูรณาการความร่วมมือ
จากทุกภาคส่วน
          - จัดมหกรรมหมู่บ้านนครปฐม “สูตรฮ่องกง” เพื่อแก้ไขปัญหาราคาเนื้อสุกรมีชีวิตตกต่ำ ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 2-19 พฤษภาคม 2550 จำนวนหมู่บ้านรวมทั้งสิ้น 4,067 ตัว
มูลค่า 1,016,750 บาท ทำให้ ราคาสุกรมีชีวิตปรับตัวสูงขึ้นจากเดิม กิโลกรัมละ 35 – 36 บาท เป็นกิโลกรัมละ 39 – 42 บาท
         - การแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อเผ้าระวังแม่น้ำท่าจีนและคูคลอง
         - การแก้ปัญหามลพิษจากโครงการอุตสาหกรรม ซึ่งมีจำนวน 2,697 โรงงาน
         - การควบคุมป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคไข้หวัดนกจังหวัดนครปฐม โดยการสร้างเครือข่ายในการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกในระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัด จำนวน 958 คน
        - การต่อสู้เอาชนะยาเสพติด ได้กำหนดเป้าหมายและแนวทางการดำเนินงานโดยการจัดการกับปัญหาที่หลงเหลืออยู่ เฝ้าระวังและรักษาสถานภาพไม่ให้ปัญหายาเสพติดกลับมารุนแรง สร้างความเข้มแข็งในการเอาชนะยาเสพติด ประชาชนเกิดความพึงพอใจ เชื่อมั่นและตระหนักในปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาของสังคมและปัญหาของชาติ ที่ทุกคนต้องเข้าร่วมการต่อสู้ และเอาชนะยาเสพติดอย่างยั่งยืน โดยจัดกิจกรรมในวันต่อต้านยาเสพติดประจำปี 2550 จำนวน 3 กิจกรรมหลัก ประกอบด้วยงาน “เยาวชนยุคใหม่ห่างไกลยาเสพติด” “กิจกรรมการรณรงค์ จัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการ “ ภายใต้แนวคิด “ชุมชนน่าอยู่ ชีวิตสดใส เยาวชนปลอดภัย” และกิจกรรม “โครงการถนนเด็กเดิน”